ไปที่ หน้าหลักบางจาก

สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่

ปี 2568 ที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งปีที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและความไม่แน่นอนของโลกธุรกิจอย่างชัดเจน ทั้งจากความผันผวนของราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า สถานการณ์ความไม่สงบในหลายพื้นที่ ตลอดจนภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายจังหวัดของประเทศไทย

อย่างไรก็ดีกลุ่มบริษัทบางจากยังคงมุ่งมั่นสร้างสมดุลด้านพลังงาน ทั้งในมิติความมั่นคงพลังงาน การเข้าถึงพลังงาน และการดูแลความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อต่อยอดจากรากฐานที่แข็งแรง ภายใต้วิสัยทัศน์

“รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วย นวัตกรรมสีเขียว”

โดยสามารถขับเคลื่อนกลยุทธ์และบรรลุเป้าหมายสำคัญ อาทิการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ การดำเนินโครงการ Synergy อย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการลงทุนควบคู่กับการขยายธุรกิจภายในกลุ่มบริษัทบางจาก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและผลตอบแทนในระยะยาว ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาอันดับเครดิตองค์กรและอันดับเครดิตตราสารหนี้ที่ระดับ "A+" แนวโน้ม "คงที่" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน ความยึดหยุ่น และความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของธุรกิจ

นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมีมาตรฐานด้านความยั่งยืนเป็นที่ยอมรับในระดับสากลโดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับอยู่ใน Top 10% ของกลุ่มอุตสาหกรรม Oil & Gas Refinery and Marketing an S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) และได้รับ MSCI ESG Rating ระดับ "AA" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 สะท้อนถึงมาตรฐานการดำเนินงานด้าน ESG ที่เข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

บริษัทฯ ได้พัฒนาโครงการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ครอบคลุมการเตรียมความพร้อมด้านการผลิตเชิงพาณิชย์ โครงสร้างพื้นฐาน และห่วงโซ่อุปทานของวัตถุดิบ เพื่อใช้เป็นกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานและคมนาคม พร้อมต่อยอดธุรกิจพลังงานชีวภาพผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิงเรือเดินสมุทร B24 Marine Biofuel ซึ่งเป็นรายแรกของประเทศไทย ที่พร้อมใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม และการสร้างการรับรู้ ด้าน SAF ผ่านโครงการ Fry to Fly ที่มีเครือข่ายรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากสถานีบริการน้ำมันบางจากร้านอาหารพันธมิตรครัวเรือน และสถานศึกษาต่างๆ โดยมูลนิธิใบไม้ปันสุข ทั่วประเทศกว่า 2,600 แห่ง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนตลอด ห่วงโซ่คุณค่า ครอบคลุมการคัดเลือกคู่ค้า การประเมินความเสี่ยง ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ตลอดจนการส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและมาตรฐานสากลพร้อมยึดมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน เพื่อให้การเติบโตของกลุ่มบริษัทบางจากเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความเป็นธรรม โปร่งใส และยั่งยืนร่วมกัน

ภายใต้กรอบเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2593 บริษัทฯ ได้ศึกษาและปรับแผนงานให้สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานและกฎหมายของประเทศ กลไกราคาคาร์บอนระบบตลาดคาร์บอนระดับภูมิภาค และความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีที่มีอยู่โดยดำเนินโครงการร่วมกับพันธมิตรหลากหลาย ทั้งการศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์การนำร่องเทคโนโลยีดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture) ที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง รวมถึงการขยายนิเวศเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำผ่านบทบาทของ Carbon Markets Club (CMC) ซึ่ง ณ สิ้นปี 2568 มีสมาชิกกว่า 1,600 ราย และการเชื่อมโยงสู่กรอบ ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) เพื่อเตรียมรับกลไกทางการค้าอย่าง EU CBAM

การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ มิได้มุ่งเพียงการปฏิบัติตามกรอบหรือมาตรฐานด้านความยั่งยืนเท่านั้น หากแต่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหา การฟื้นฟู และการสร้างสมดุลใหม่ให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีรากฐานจากวัฒนธรรมพนักงาน "เป็นคนดี มีความรู้ เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น" และการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบ เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย Bangchak 100x ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ซึ่งสะท้อนผ่านรางวัล Best Employers Thailand ที่บริษัทฯ ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 (2025 Mercer Best Employers Thailand)

ในฐานะองค์กรไทยที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง "ชุมชน ธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม" กลุ่มบริษัทบางจากยึดมั่นในการอยู่เคียงข้างสังคมไทย ทั้งในยามปกติและในยามเผชิญวิกฤตควบคู่กับการดำเนินโครงการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับพื้นที่และ สังคมวงกว้าง ครอบคลุมการพัฒนาโครงการดูดซับคาร์บอนทางธรรมชาติ การยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาอาชีพในชุมชน การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในด้านต่างๆเช่นการศึกษา สุขภาพ ความปลอดภัย ฯลฯ การสร้างต้นแบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างครบวงจร และการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระดับพื้นที่ อาทิ การพัฒนาพื้นที่รกร้างใต้ทางด่วน ซอยสุขุมวิท 50 ให้เป็น "สวนเทิดพระเกียรติ 72 พรรษา เติมสุข สู่สังคม" พื้นที่สาธารณะเพื่อให้ประชาชนได้ออกกำลังกายและใช้ประโยชน์ การพัฒนาอาชีพและต้นแบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติแบบครบวงจรในพื้นที่บางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ การจัดทำโครงการ "เครือข่ายสหกรณ์ลดโลกร้อน" โดยออมสุขวิสาหกิจเพื่อสังคม ไปจนถึงการทำงาน ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ และชุมชนเกาะหมาก แหล่ง ท่องเที่ยวระดับโลกของไทย จังหวัดตราด ต่อยอดจากงานวิจัยการดูดซับคาร์บอนของหญ้าทะเลสู่การปฏิบัติในระดับชุมชนเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลและเชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจของชุมชนอย่างมีส่วนร่วมถือเป็นผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ที่เป็นรูปธรรมและสร้างการรับรู้ในวงกว้าง

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า ผู้ถือหุ้น ชุมชนและทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ท่ามกลางความท้าทาย เราจะยังคงปรับตัว ยืนหยัด และมุ่งสร้างผลงานที่มีคุณค่า พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้บริษัทฯ เป็นองค์กรพลังงานของไทยที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับประเทศและสังคมอย่างต่อเนื่องสืบไป

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่