การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

น้ำท่วม ภัยแล้ง และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อการผลิตและการขนส่ง เพิ่มต้นทุนวัตถุดิบ รายได้ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านซ่อมบำรุงและประกันภัยที่สูงขึ้น
นโยบายด้านคาร์บอน ภาษีคาร์บอน และข้อกำหนดการรายงาน ทำให้ต้นทุนด้านเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซและการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มสูงขึ้น
การพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ เปิดโอกาสขยายธุรกิจใหม่
- ต้นน้ำ
- ปลายน้ำ
- การปฏิบัติการ

แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความยั่งยืนของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานสูง
โดยเฉพาะในปี 2568 ที่อุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกเร่งก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) ควบคู่กับการบังคับใช้กฎระเบียบด้านคาร์บอนที่มีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้น เช่น (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. .... มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามผ่านแดนของสหภาพยุโรป หรือ CBAM และระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ด้วยการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การเพิ่มสัดส่วนพลังงานทางเลือกในกระบวนการผลิตเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ภายใต้กรอบกลยุทธ์ BCPNET
กลยุทธ์และการดำเนินงาน
บริษัทฯ ทบทวนเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแสดงเจตนารมณ์ในการมีส่วนร่วมสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 โดยกำหนดให้เป็นเป้าหมายหลักขององค์กรในระยะยาว

B : Breakthrough Performance
ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดการใช้น้ำในธุรกิจโรงกลั่น นอกจากนี้ยังได้ขยายโครงการด้านพลังงานสะอาดไปสู่ระดับสถานีบริการ โดยติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในสถานีบริการน้ำมันในกรุงเทพฯ และปริมณฑล นำแนวคิดการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนพัฒนาโครงการต่าง ขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจการตลาดและสำนักงานต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 โดยกำหนดเป็นตัวชี้วัดการดำเนินงานในแต่ละกลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

C: Conserving Nature and Society
ดำเนินโครงพัฒนาแหล่งดููดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทางธรรมชาติ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการศึกษาและพัฒนาโครงการเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศที่สำคัญควบคู่กับการมีส่วนร่วมกับองค์กรและเครือข่ายที่มุ่งเน้นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระดับประเทศและภูมิภาค

P: Proactive Business Growth and Transition
ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมุ่งเน้นการลงทุนและพัฒนาธุรกิจใหม่ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ภายใต้การพัฒนาไปสู่ธุรกิจพลังงานสะอาดและนวัตกรรมพลังงานของกลุ่มบริษัทบางจากฯ

NET : Net Zero Ecosystem
เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงพันธกิจของบริษัทฯ กับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายและกฎระเบียบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร พร้อมทั้งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ผ่านการเป็นคณะกรรมการ คณะทำงาน ผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อกรอบนโยบายและกฎระเบียบด้านสภาพภูมิอากาศของภาครัฐ บนเวทีความร่วมมือและเครือข่ายชั้นนำที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศ

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
ความมุ่งมั่นของเราในการสร้างผลกระทบอย่างยั่งยืนสะท้อนผ่านเป้าหมายและผลการดำเนินงานด้าน ESG
เป้าหมาย
ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ขอบเขตที่่ 1 และ 2) น้อยกว่า
ผลการดำเนินงาน
ปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ขอบเขตที่ 1 และ 2) รวม
- การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตที่ 1 907,297.18 tCO2e
- การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตที่ 2 6,232.21 tCO2e
- การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตที่ 3 6,919,360.81 tCO2e
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง
ประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ
พันบาท/ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
หมายเหตุ: EBITDA และก๊าซเรือนกระจก ขอบเขต 1 และ 2 (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) ของบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โครงการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งด้วยรถขนาดใหญ่ (กึ่งพ่วง)
บริษัทฯ บริหารจัดการรถขนส่งด้วยการเปลี่ยนจากรถเดี่ยว 2 คัน เป็นรถกึ่งพ่วงขนาดใหญ่ นอกจากช่วยลดต้นทุนการขนส่งได้แล้ว ยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยน้ำมัน